ตำนานน้ำพุร้อน 10 ชนิด

โนโบริเบ็ตสึออนเซ็นเป็นหมู่บ้านออนเซ็นขนาดใหญ่ทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น
นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องปริมาณน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งแล้ว ยังมีโด่งดังในด้านการมีน้ำพุร้อนถึง 10 ชนิดอีกด้วย
ซึ่งมีหมู่บ้านออนเซ็นไม่กี่แห่งที่คุณสามารถแช่น้ำพุร้อนหลากชนิดได้ในคราวเดียว
เมื่อรู้ตำนานของ “น้ำพุร้อน 10 ชนิด” แล้ว คุณจะสามารถเพลิดเพลินไปกับโนโบริเบ็ตสึออนเซ็นได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น

1

เมื่อพูดถึงโนโบริเบ็ตสึออนเซ็น “น้ำพุร้อนกำมะถัน” นี้จะเป็นสิ่งแรกที่หลายคนนึกถึง
โดยลักษณะจะมีสีขาวขุ่นและมีกลิ่นเฉพาะตัวเหมือนไข่ต้ม เป็นน้ำที่ไม่ค่อยเกิดฟองกับสบู่ มีส่วนช่วยในการขยายเส้นเลือดฝอยและหลอดเลือดหัวใจ จึงมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ฯลฯ นอกจากนี้ ยังกล่าวกันว่ามีผลในการล้างพิษและดีสำหรับโรคผิวหนังเรื้อรัง ฯลฯ อีกด้วย

2

เป็นหนึ่งในชนิดของน้ำพุร้อนที่พบมากที่สุดในญี่ปุ่น มีลักษณะใส ไม่มีสี และมีรสเค็ม เป็นน้ำที่ไม่ค่อยเกิดฟองกับสบู่
เนื่องจากเกลือป้องกันไม่ให้เหงื่อที่เกาะอยู่บนผิวหนังระเหย จึงทำให้อุ่นอยู่เสมอ มีประสิทธิภาพในการรักษาอุณหภูมิสูง จึงไม่ทำให้รู้สึกหนาวสั่นหลังขึ้นจากการแช่ออนเซ็น เรียกอีกอย่างว่า “น้ำพุร้อนแห่งความร้อน” มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการปวดประสาทหรือปวดหลัง และรักษาโรคแพ้ความเย็น เป็นต้น

3

น้ำพุร้อนเมียวบังเป็นน้ำพุร้อนชนิดที่มักพบในบริเวณภูเขาไฟ มีลักษณะใส ไม่มีสี หรือมีสีน้ำตาลอมเหลืองเล็กน้อย มีประสิทธิภาพในการกระชับผิวและเยื่อบุ กล่าวกันว่าดีต่อโรคผิวหนังเรื้อรัง โรคเยื่อบุอักเสบ โรคน้ำกัดเท้า โรคลมพิษ ฯลฯ นอกจากนี้ยังถูกเรียกว่า “น้ำพุร้อนรักษาตา” เพราะถูกใช้สำหรับรักษาโรคตามาช้านาน ออนเซ็นของน้ำพุร้อนเมียวบังที่มีชื่อเสียงนอกฮอกไกโดคือ คุซัตสึออนเซ็น
ผู้ที่มีผิวบอบบางอาจรู้สึกเจ็บแสบได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการแช่ออนเซ็นเป็นเวลานาน

4

เป็นหนึ่งในน้ำพุร้อนเกลือซัลเฟต มีลักษณะใส ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น แต่มีรสเค็มเล็กน้อยเพราะมีโซเดียมอยู่จำนวนมาก มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตและดีต่อระบบประสาทในการบรรเทาอาการเจ็บปวด มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว และการบาดเจ็บภายนอก ฯลฯ กล่าวกันว่าดีต่ออาการท้องผูก โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคเกาต์ ฯลฯ เพราะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ เรียกอีกอย่างว่า “น้ำพุร้อนรักษาบาดแผล” หรือ “น้ำพุร้อนรักษาโรคหลอดเลือดสมอง”

5

ส่วนประกอบหลักคือเหล็กซัลเฟต มีความเป็นกรดสูง และประกอบด้วยแร่ธาตุและเหล็กอื่นๆ เช่น ทองแดง แมงกานีส ฯลฯ เมื่อสัมผัสกับอากาศ จะเกิดการออกซิเดชันและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดงเข้ม กล่าวกันว่าให้ความอบอุ่นได้ดี มีผลในการสร้างเม็ดเลือดสูง และมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อโรคโลหิตจาง ผื่นแพ้อักเสบเรื้อรัง ฯลฯ

6

ลักษณะของน้ำพุร้อนตอนที่พุ่งออกจากดินจะใสและไม่มีสี แต่เมื่อเหล็กสัมผัสกับอากาศ จะเกิดการออกซิเดชันและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดงในบ่อ ซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า “น้ำพุร้อนสีแดง” ถ้านำผ้าขนหนูสีขาวไปชุบ จะกลายเป็นสีออกแดงทันที
เนื่องจากประกอบด้วยธาตุเหล็กจำนวนมากจึงทำให้อาจมีรสของโลหะ แต่กล่าวกันว่าให้ความอบอุ่นได้ดี จึงดีสำหรับโรคไขข้อ วัยหมดประจำเดือน โรคโลหิตจาง ผื่นแพ้อักเสบเรื้อรัง ฯลฯ นอกจากนี้ เนื่องจากมีผลในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง จึงมีประสิทธิภาพต่อการรักษาบาดแผลภายนอกและโรคผิวหนังอักเสบอีกด้วย และยังกล่าวกันว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาประจำเดือนผิดปกติ ซึ่งบางครั้งถูกเรียกว่า “น้ำพุร้อนที่ให้พรเรื่องบุตร” ด้วย

7

เป็นน้ำพุร้อนชนิดที่พบมากในบริเวณภูเขาไฟ และมีไฮโดรเจนไอออนอยู่เป็นจำนวนมาก มีลักษณะใส ไม่มีสี หรือมีสีน้ำตาลอมเหลืองเล็กน้อย มีความเป็นกรด มีกลิ่นรุนแรง และระคายเคืองต่อผิวหนัง
เนื่องจากมีผลในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรง จึงดีต่อโรคผิวหนังเรื้อรัง ผื่นแพ้อักเสบ ฯลฯ และถูกเรียกอีกอย่างว่า “น้ำพุร้อนรักษาโรคผิวหนัง” หรือ “น้ำพุร้อนฆ่าเชื้อ”
ผู้ที่มีผิวบอบบางอาจรู้สึกเจ็บแสบได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการแช่ออนเซ็นเป็นเวลานาน และล้างด้วยน้ำสะอาดหลังแช่

8

เป็นออนเซ็นใส ไม่มีสี เนื่องจากประกอบด้วยโซเดียมไบคาร์บอเนต จึงทำให้ผิวนุ่มขึ้นเพราะเกิดปรากฏการณ์อิมัลชัน ซึ่งจะล้างไขมันและสารคัดหลั่งต่างๆ ออกไป ทำให้ผิวนุ่มลื่นและเรียบเนียนหลังแช่ เรียกอีกอย่างว่า “น้ำพุร้อนแห่งความงาม” เพราะจะทำให้ผิวของคุณเรียบเนียนราวกับล้างด้วยสบู่ และดีต่อบาดแผล แผลไฟไหม้ และโรคผิวหนังเรื้อรัง ฯลฯ ด้วย
นอกจากนี้ เพียงแค่สระผมแล้วล้างออกด้วยน้ำพุร้อนนี้ ก็จะได้ผมที่เงางามและนุ่มสลวย

9

เป็นออนเซ็นที่มีธาตุเรดอนและธาตุโทรอนอยู่ระดับหนึ่ง เรดอนและโทรอนเป็นสสารที่ทำปฏิกิริยาไอออนไนเซชันอย่างรุนแรง (ออกฤทธิ์ทางชีวภาพ) กล่าวกันว่ามีประสิทธิภาพในการรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคระบบประสาท โดยส่งผลต่อเลือดกับเซลล์และส่งเสริมกระบวนการเมตาบอลิซึม เป็นออนเซ็นที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตในฐานะออนเซ็นที่มีประสิทธิภาพในการรักษาทุกโรค กล่าวกันว่าดีต่อโรคไขข้อ วัยหมดประจำเดือน ฯลฯ เนื่องจากมีผลต่อระบบประสาทเป็นพิเศษ

PAGE TOP